ที่พึ่งอันประเสริฐ

0

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า
อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ตนนั่นแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน จะไปพึ่งผู้อื่นหาได้ไม่.

ท่านทั้งหลายฟังแล้วก็ให้ปฏิบัติตาม, แล้วอย่าหยุดอยู่เพียงความเป็นคน
ให้พัฒนาตนขึ้นมาเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นอินทร์เป็นพรหม,
หรือไม่ต้องเป็นเทวดาอินทร์พรหมก็ได้ พัฒนาจิตใจจนกลับเข้ามาป็น “พระ” เลย.

พระแปลว่าผู้ประเสริฐ ที่ประเสริฐก็เพราะเป็นผู้ปฏิบัติดี
เป็นผู้ปฏิบัติตรง เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเครื่องออกจากทุกข์
เป็นผู้ปฏิบัติสมควรจนออกจากทุกข์ได้; นี้แหละเรียกว่าพระ เรียกว่าผู้ประเสริฐ.
ให้พึ่งตนพัฒนาตนจนเป็นพระให้ได้.

อย่างที่พระสวดว่า :

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ แปลว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว,
นั่นหมายความว่าจะเป็นผู้ใดก็ตาม นาย ก นาย ข นาง ก นาง ข พระ ก พระ ข เณร ก เณร ข
เมื่อปฏิบัติดีแล้วก็เป็นพระนั่นเอง

อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว.
กล่าวคือ ปฏิบัติตรงไปตรงมา ไม่โกหกไม่หลอกลวง
ไม่โกหกตัวเองไม่โกหกเพื่อนฝูงบิดามารดา,
ปฏิบัติตรงต่อหน้าที่การงาน เช่นเป็นครูก็ทำหน้าที่สอนหนังสือ
เป็นทหารตำรวจก็ทำหน้าที่รักษาประเทศชาติบ้านเมืองปราบปรามโจรผู้ร้าย ฯลฯ

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด
ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว,
คนสมัยนี้ไม่รู้จักทุกข์ ก็อยู่ด้วยทุกข์กินด้วยทุกข์นอนด้วยทุกข์
ไปไหนมาไหนก็แบกทุกข์ไปด้วยเพราะไม่รู้จักทุกข์
อย่างที่คนโบราณเรียกว่า “เห็นนรกเป็นสวรรค์ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว” นั่นแหละ
เช่น คนกินเหล้าแก้กลุ้ม ไปดูหนังแก้กลุ้ม ฟังหมอลำแก้กลุ้ม
ไปดูแข่งม้าแก้กลุ้ม มันก็เป็นการเพิ่มความกลุ้มเป็นการเพิ่มความทุกข์ไม่ใช่แก้ทุกข์,
ถ้าคนมีปัญญาจะไม่ไปทำอย่างนั้น เขาจะรู้ว่าทุกข์เพราะอะไร
ถ้าทุกข์เพราะกินเหล้าก็เลิกกินเสีย ทุกข์เพราะสูบบุหรี่ก็เลิกสูบเสีย
ทุกข์เพราะมีเครื่องแต่งตัวมากไปก็ตัดให้น้อยลง
มนุษย์ที่เขามาทางพระจะแก้ทุกข์อย่างนี้,
มีปัญญาอย่างนี้เรียกว่ารู้ธรรม เป็นเครื่องออกจากทุกข์:

สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว

ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
แปลว่า บุคคลเหล่านี้ได้แก่คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ,
คำว่า “บุรุษ” ก็คนนั่นแหละ เป็นชายก็ได้เป็นหญิงก็ได้.

เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระเจ้าภาคเจ้า,
นี้หมายถึง บุคคลที่รู้จักทุกข์แล้วออกจากทุกข์ได้ : ฯลฯ

ดังนั้น หลวงพ่อจึงขอถามพวกเธอทั้งหลายที่นั่งอยู่นี้ว่า
เวลาโกรธขึ้นมาสบายใจไหม?
ตอบ – ไม่สบาย.
ถาม – ชอบโกรธไหม?
ตอบ – ไม่ชอบ.
ถาม – แล้วจะให้เกิดความโกรธขึ้นมาทำไม?
ตอบ – มันโกรธเอง.

ความโกรธไม่ดี แต่เราไม่รู้จักมัน.
ความโกรธอันนี้แหละคือผี, ผีมันอยู่ตรงนี้,
คนโกรธขึ้นมาเรียกว่า “คนผี” หน้าตาจะเหมือนผี
อันที่จริงความโกรธมันไม่มี, แต่เราไม่เข้าใจเท่านั้นเอง

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
หนังสือพลิกโลก เหนือความคิดหน้า 33

Share.

About Author