มรรค คือ การทำงานตามหน้าที่

0

คนที่เข้ามารับราชการ,
จะเป็นตำรวจก็ดี ทหารก็ดี
หรือจะเป็นข้าราชการประเภทอื่นอะไรทั้งหมด,
เราต้องรู้จักหน้าที่ของเรา
เพราะเราเรียนหน้าที่อย่างนั้นมาจึงมารับราชการอย่างนั้น,
เมื่อรับราชการอย่างนั้น
ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างนั้นของเราให้ถูกต้อง.

ถ้าเราไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเราให้ถูกต้อง
ก็เรียกว่าไม่เคารพหน้าที่ของเรา
และเป็นเหตุให้เกิดความบกพร่องเสียหาย.
คนไทยเราทุกคน อยู่ร่วมกัน
ต้องช่วยกันรักษาหน้าที่ของตนๆ
นอกจากนี้ก็ยังต้องพยายามช่วยเหลือชี้แนะ
ในกิจหน้าที่ของตนแก่บุคคลอื่นที่ยังไม่รู้.
อันนี้ เป็นการให้ข้อคิดและจะขอพูดตรงไปตรงมา

อย่างเช่นตำรวจและเจ้าหน้าที่จราจร
จะเป็นทางบกก็ดีทางอากาศก็ดีทางน้ำก็ดี
กฎระเบียบมีอยู่และรู้แก่ใจดีอยู่แล้ว.
อาตมาเคยไปขึ้นเครื่องบิน
ได้เห็นว่านักบินนั้นเคารพต่อกฎระเบียบของการบินมาก
ซึ่งก็หมายถึงเคารพหน้าที่ด้วย
อาตมาเคยถามเจ้าหน้าที่ที่สนามบินได้ความว่า
เขามีระเบียบว่าเครื่องบินต้องลงตรงนั้น
แล้ววิ่งไปถึงตรงโน้นจึงจะกลับมาที่นี่
เขามีคนคอยควบคุม คอยสั่งอย่างนั้นอย่างนี้
และผู้ทำหน้าที่ก็ปฏิบัติตามนั้นจริงๆ,
ซึ่งไม่เหมือนกับการจราจรทางบกที่เราเห็นกันอยู่
เจ้าหน้าที่ที่คอยตรวจตราอยู่ก็มี
แต่ปรากฏว่ายังมีรถที่นึกจะวิ่งอย่างไรก็ได้
ขอให้มีอะไรเล็กๆ น้อยๆ เป็นสินบนหรืออามิสเท่านั้น,
อันนี้ถือว่าเราบิดเบือนต่อหน้าที่ของเรา
เพราะเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องเข้มงวด
แนะนำตักเตือนกันตามระเบียบตามกฎหมาย

เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า
เราคนหนึ่งที่จะเป็นผู้ปฏิบัติตามหน้าที่อย่างเคร่งครัด,
พูดในมุมกลับก็คือว่า กรณีบ้านเกิดภาวะวุ่นวาย
นี้ก็เพราะว่าเราคนหนึ่งเป็นผู้บิดเบือนต่อหน้าที่
เราคนหนึ่งเป็นผู้ชักชวนกันไปทำฉิบหาย.

ต้องกล้าพูดกล้าวิจารณ์กันตรงๆ อย่างนี้เลย.
โดยปกติเรื่องของการตำหนินั้น
เรามักตำหนิบุคคลอื่น แต่ไม่เคยตำหนิตัวเองเลย.
ฉะนั้น วันนี้อาตมาอยากขอแนะนำ,
พวกเราชาวพุทธหรือผู้ที่แสดงตนเป็นชาวพุทธจริงๆ
ควรรู้ว่าพระพุทธศาสนามีความหมายอย่างไร
และพระพุทธศาสนาแนะนำให้ทำอะไรโดยวิธีใด.
พุทธศาสนาแนะนำให้มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา,
ข้อนี้เราคงรู้กัน เคยได้ยินได้ฟังมาทุกคนแล้ว.

ในสมัยพุทธกาล มีแพทย์หนุ่มคนหนึ่งชื่อ ชีวกโกมารภัจจ์
ซึ่งเป็นผู้รักษาหน้าที่อย่างเป็นเลิศ,
เขารักษาเยียวยาให้แก่บุคคลถ้วนหน้า
นับแต่เจ้าฟ้ามหากษัตริย์และภิกษุสามเณรลงมาจนถึงชาวบ้านคนยากคนจน
โดยไม่เห็นแก่อามิสรางวัลตอนแทนใดๆ.
จึงได้รับการยกย่องทั่วไปจนได้เป็นแพทย์ประจำพระพุทธเจ้า.
นานๆ ไปชื่อเสียงระบือไปทั่วทั้งแคว้น
จาริกไปรักษาคนแทบทุกหมู่บ้านตำบลอำเภอจังหวัด
ทำงานอย่างไม่คิดถึงค่าจ้างรางวัล
ทำงานตามหน้าที่โดยตระหนักว่า
คนเป็นหมอเป็นแพทย์ต้องให้ความเป็นธรรมแก่คนไข้.

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
หนังสือพลิกโลก เหนือความคิดหน้า 41

Share.

About Author